2010/Jan/08

ถ้าคนมีความรักก็มองโลกเป็นสีชมพูสดใส

ถ้าคู่ไหนกำลังทะเลาะกันอย่างเมามัน ก็มองความรักเป็นสีเทาอึมครึม

ถ้าคนไหนอกหักรักคุด ก็ต้องมองความรักเป็นสีดำแน่นอน

เพราะฉะนั้น ไม่มีใครมองความรักเป็นสีเหมือนใคร ทุกคนมีสีของตัวเอง และ่เป็นคนกำหนดเอง

....................

.................................

เธอ เธอเป็นสีชมพู เธอมีโลกของเธออยู่
ที่ฉันไม่อาจล่วงรู้ และไม่เคยเข้าไป
ส่วนฉันเป็นสีเทา มีแต่ความเหงารอบๆ กาย
ไม่รู้เลยในความหมายอะไรมากกว่านี้

แต่เธอและฉัน ก็เดินเข้ามาชิดใกล้
มาทำให้ฉันแปรเปลี่ยนเป็นสีใหม่
เมื่อชีวิตของเราไหลปนกัน
โลกของฉันก็ดูจะเปลี่ยนสีไป

อะไรเป็นของเธอ ก็กลายเป็นอะไรของฉัน
เมื่อเราต่างเทสี ผสมละลายเข้าด้วยกัน
โลกของฉันและเธอก็สดใส กว้างใหญ่ขึ้นกว่าวันนั้น
เมื่อสีทั้งสองผสมกัน เมื่อนั้นมันก็จะเป็นสีของเรา

เราผลัดกันเดินเข้าไป สู่โลกคนละใบ
สุดท้ายก็ต่างไม่รู้ ว่าโลกของใครเป็นของใคร
เมื่อในวันนั้นเธอเข้ามาใกล้ๆ มาทำจนฉันแปรเลี่ยนเป็นสีใหม่
และเมื่อของเราไหลรวมกัน โลกของฉันก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปทั้งใบ

..

เมื่อเธอได้เข้ามา
ฉันก็ได้เห็นอะไรที่มากกว่า
จากนี้และเรื่อยไป จากนี้ทั้งหัวใจ
ก็คงจะไม่มีอะไรเหมือนเดิมใช่ไหม

อะไรเป็นของเธอ ก็กลายเป็นอะไรของฉัน
เมื่อเราต่างเทสี ผสมละลายเข้าด้วยกัน
ก็คงจะเป็นไปตามทฤษฎีที่เขาบอกไว้ว่ามัน
เมื่อสีทั้งสองผสมกันนั้น...

ก็คงไม่มีอะไรที่จะเป็นเหมือนเดิมได้อย่างวันนั้น
เมื่อสีทั้งสองผสมกัน เมื่อนั้นมันก็จะเป็นสีของเรา

 

edit @ 8 Jan 2010 21:53:09 by ♧❤ღAëa_Ni©keyღ❤♧

2010/Jan/08

เธอไม่มีเวลามาหา เพราะเธอไม่ว่างนั่นคือเหตุผลของเธอ

 

ฉันเข้าใจ ฉันรอเธอได้ รอจนกว่าเธอจะมีเวลาว่างมาหาฉันบ้าง

 

แต่สำหรับเหตุผลที่เธอไม่มีเวลาว่างพอที่จะรับโทรศัพท์

 

นั่นมันคือเหตุผลที่แท้จริงเหรอ หรือ มันเป็นเพียงแค่ข้ออ้างของคนไม่ใส่ใจกันแน่

 

 

A person"s heart is like a telephone

 

either the connection is bad.

 

Or it's busy.

 

ใจของคนเรามันก็เหมือนกับโทรศัพท์

 

ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญาณไม่ดี

 

มันก็สายไม่ว่าง

2010/Jan/08

เป็นห่วงมากเกินไป...

ผู้หญิง...

ตอนนี้เขาอยู่ไหนนะ ?

วันนี้ฝนตกหนักมากเลย...เขาจะกลับถึงบ้านหรือยัง ?

เขาป่วยอยู่...เฮ้อ...จะมีใครหายาให้เขากินหรือเปล่าน้า

คืนนี้มีฟุตบอลนัดสำคัญ ต้องนอนดึกอีกแน่เลย

แล้วพรุ่งนี้เขาจะตื่นไปทำงานไหวมั้ยเนี่ย ?

 

ผู้ชาย...

ผมก็อยู่ของผมเหมือนเดิมแหละ

ทำไมคุณต้องโทร.ถามอยู่เรื่อยเลยว่าผมอยู่ไหน ?

ฝนตกหนักแบบนี้ ผมจะแวะไปกินเบียร์กับเพื่อนหน่อย

ทำไมต้องให้ผมรีบกลับบ้านด้วยนะ ?

ผมดีใจนะที่คุณเช็กเรื่องกินยา

นั่นทำให้ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงผม

แต่ว่าผมไม่ได้เป็นอะไรมากนี่นา...เดี๋ยวก็หาย

ผมรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องทำงาน

แต่คุณก็รู้ว่ายังไง ๆ ผมก็ไม่พลาดดูบอลคืนนี้แน่ ๆ

ทำไมคุณต้องโทร.มาย้ำอยู่นั่นแหละว่าพรุ่งนี้ผมต้องตื่นแต่เช้า

ผมว่าเราเริ่มทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้วนะ

 

ผู้หญิง...

เราเป็นแฟนกันนะ

ทำไมฉันจะเป็นห่วงเขาไม่ได้

ฉันแค่อยากรู้ว่าเขาอยู่ไหน

ทำอะไร ทานข้าวหรือยัง

เมื่อไหร่จะกลับบ้าน

เพราะฉันรู้ว่าเขาสบายดี

ฉันก็จะรู้สึกสบายใจไปด้วย

 

ผู้ชาย....

ผมรู้ว่าเราเป็นแฟนกัน ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากให้คุณเป็นห่วงนะ

แต่รู้ไหม...ทุกครั้งที่ผมสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงของคุณ

มันทำให้ผมเริ่มกลัวว่าผมจะทำให้คุณลำบากมากไปหรือเปล่า

ผมอยากให้คุณสบายใจที่คบกับผม

ไม่ใช่คอยกังวลทุกเรื่องเกี่ยวกับผม

ผมอยากให้คุณห่วงตัวเองด้วยดูแลตัวเองด้วย

ถึงผมจะดูแลคุณได้ไม่ดี แต่ผมก็รักคุณนะ

 

ผู้หญิง...

ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วล่ะว่าฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่า ?

ทุกอย่างที่ฉันทำลงไป มันผิดมากใช่ไหม

เขาดูอึดอัดกับความเป็นห่วงของฉันเหลือเกิน

เพราะเขาไม่รักฉันแล้วใช่ไหม

เขามีคนอื่นแล้วใช่ไหม

ร้องไห้...

 

ผู้ชาย...

ทำไมผู้หญิงชอบคิดเองเออเองอยู่เรื่อยเลยนะ

ดูสิ...ร้องไห้ซะแล้ว ผมควรทำยังไงดี ?

เครียด...

 

ผู้หญิงกับผู้ชายหันหน้าเข้าหากัน

เราควรปรับความเข้าใจกันได้แล้วนะ

ฉันก็แค่"เป็นห่วง"คุณ

ผม"ขอโทษ"นะที่ทำให้เป็นห่วงผมมาก ๆ

ก็เพราะว่าผมเป็นห่วงคุณ

ผมไม่อยากใหคุณเหนื่อย

ผมรักคุณนะ ยกโทษให้ผมนะครับ

 

ผู้หญิง...

ที่แท้ก็เพราะคุณก็เป็นห่วงฉันนี่เอง

ความจริงเป็นอย่างนี้นี่เอง

2010/Jan/08

(1) การที่เราจะรักใครสักคน .....
ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลว่าทำไมเราจึงไปรักเขาได้
แต่ให้รู้ไว้ว่าทุกวันนี้เรารักเขาและต้องรักให้ดีที่สุดก็พอ

(2) การที่เราจะรักใครสักคน .....
ไม่ต้องสนว่าหนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหน
แต่ควรนึกขอบคุณโชคชะตาที่สร้างให้มีอุปสรรค
เพื่อให้เราทั้งสองได้ร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน

(3) การที่เราจะรักใครสักคน .....
ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดว่าเขาทำอะไรเพื่อเราบ้าง
แต่ให้มานั่งถามตัวเองดูว่า วันนี้เราทำอะไร
เพื่อคนที่เรารักแล้วหรือยัง

(4) การที่เราจะรักใครสักคน .....
ไม่ต้องไปมัวระแวงว่าเขาจะไปมีใครนอกเหนือจากเรา
แต่ควรระวังใจของตัวเองให้เข้มแข็งพอ
ที่จะไม่รับใครเข้ามาในใจอีก

(5) การที่เราจะรักใครสักคน .....
ไม่ต้องไปขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตของเขาว่าเขาเคยมีใครยังไง
แต่ให้คิดไว้ว่าทุกวันนี้มีเขาและเราอยู่ด้วยกัน
อดีต...ถึงอย่างไรก็คืออดีต

(6) การที่เราจะรักใครสักคน .....
ไม่ควรพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเขา
แต่ควรพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับเขาจะดีกว่า

(7) การที่เราจะรักใครสักคน .....
เมื่อทะเลาะกัน คำว่าแพ้หรือชนะก็ไม่สำคัญ
เราจึงยอมให้เขาเป็นฝ่ายชนะเสมอ ถ้าทำให้เขาสบายใจ

(8) การที่เราจะรักใครสักคน .....
ไม่ควรหูเบา เพราะอาจทำลายความสัมพันธ์
ระหว่างเรากับคนที่เรารักได้

(9) การที่เราจะรักใครสักคน .....
ไม่ใช่การสัมผัสกันด้วยร่างกาย
แต่เป็นการสัมผัสกันด้วยหัวใจต่างหาก

(10) การที่เราจะรักใครสักคน .....
ไม่จำเป็นต้องบอกรักกันทุกวัน เพราะการที่เราคอยห่วงใย
กันอยู่เสมอๆ ก็สามารถทดแทนคำว่ารักได้ดี แม้สักล้านคำ

(11) การที่เราจะรักใครสักคน .....
ไม่เกี่ยวกับสิ่งของนอกกายใดๆ เลย เพราะความรัก
ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน หรือแลกมาด้วยทรัพย์สิน

(12) การที่เราจะรักใครสักคน .....
ไม่ต้องคอยนับว่าเขามีข้อเสียมากมายสักกี่ข้อ
เพราะข้อดีของเขาก็มีมากพอที่จะทำให้เราลืม
ข้อเสียทั้งหมดของเขาได้

(13) การที่เราจะรักใครสักคน .....
ไม่จำเป็นต้องตัวติดกันตลอดเวลา
แค่เรามีเขาอยู่ในใจทุกนาทีก็พอ

(14) การที่เราจะรักใครสักคน .....
เมื่อเห็นเขาเสียใจ ไม่ต้องรอจนกระทั่งเขาเสียน้ำตา
แล้วค่อยเข้าไปปลอบใจ แต่ควรรีบเข้าไปแบ่งเบาความทุกข์
ของเขาเสียตั้งแต่เมื่อเราเห็นเขาเงียบๆ ซึมๆ ไป
เพราะหากเราปล่อยเขาไว้จนสายเกิน ผลสุดท้ายแล้ว
คนที่เสียใจที่สุดเมื่อรู้ตัวก็คือเราเอง

(15) การที่เราจะรักใครสักคน .....
อย่ารอที่จะบอกรัก ให้รีบบอกคนที่เรารักซะ
ก่อนที่จะไม่มีเขาคนนั้นให้บอกอีก

(16) การที่เราจะรักใครสักคน .....
แม้ว่าอาจทำให้เราตาบอด แต่ก็ทำให้เราได้รับรู้และเข้าใจว่า
ความสุขจากการที่เราได้รักใครสักคน มันมีมากมายแค่ไหน

(17) การที่เราจะรักใครสักคน .....
จงเชื่อมั่นในตัวเขาให้มากๆ

(18) การที่เราจะรักใครสักคน .....
ง่ายยิ่งกว่าการพยายามลบเขาออกไปจากหัวใจ



ความรักเป็นบทเรียนดีๆ
ที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้ ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตนเอง
ความรักทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
ทำให้เราเข้าใจอะไรๆ มากขึ้น
ความรักทำให้เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ
นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้...จากการที่เราได้ รัก ใครสักคน

คุณเคยรักใครสักคนหรือยัง ..... ?

2010/Jan/04





1.คาดหวังให้สูงเข้าไว้และแน่นอนว่าต้องเตรียมใจที่จะพบกับความผิดหวังด้วย

2.ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

3.ถ้าเชื่อว่าไม่แพ้ เราก็จะไม่แพ้

4.คนเข้มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่บนโลกใบนี้ได้

5.อุปสรรคล้วนเป็นยาขม ไม่มีใครอยากลิ้มลอง แต่ขึ้นชื่อว่ายาขม ส่วนใหญ่มักเป็นยาดีเสมอ

6.ขอบคุณความทุกข์ที่ทำให้ความสุขในคราวต่อมาเป็นความสุขที่แท้จริง

7.เพื่ออะไรกับการรอคอยที่ไม่มีความหมาย

8.ยิ่งบทเรียนยากขึ้นเท่าไหร่ ถ้าเราผ่านมันไปได้เราก็จะยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น

9.กุหลาบไร้หนามมีเพียงมิตรภาพเท่านั้น

10.อย่ากังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่ให้คำนึงถึงสิ่งที่กำลังทำ

11.แม้แต่นิ้วของคนเรายังยาวไม่เท่ากัน นับประสาอะไรกับความยั่งยืนของชีวิต

12.โลกใบนี้เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ถ้าไม่ออกเดินทางก็ไม่มีวันค้นพบ

13.ไม่มีใครสะดุดภูเขาล้ม มีแต่สะดุดก้อนหินล้ม

14.ไม่มีใครเข้มแข็งตลอดไปและไม่มีใครอ่อนแอตลอดกาล

15.บางครั้งเราก็เหมือนคนตาบอดมีวิธีเดียวที่จะพาเรามุ่งหน้าไปได้คือการคลำทางเดินหน้าต่อไป

16.อย่าเกลียดน้ำตาเพราะมันคือเพื่อนแท้ อย่าเกลียดความอ่อนแอเพียงเพราะมันไม่ใช่ความเข้มแข็ง

17.มีเพียงชีวิตที่ทำเพื่อคนอื่นเท่านั้นที่ควรค่าแก่การมีชีวิต

18.ทุกอย่างมีค่าเสมอ อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าไม่ควรจะทำมันอีก

19.คนฉลาดย่อมไม่นำแต่ตาม ย่อมไม่พูดแต่ฟัง

20.ทุกคนได้ยินในสิ่งที่คุณพูด ต่เพื่อนที่ดีที่สุดจะได้ยินแม้ในสิ่งที่คุณไม่ได้พูด

21.อวดโง่ดีกว่าอวดฉลาด

22.คนที่ว่าคนอื่นโง่ บุคคลนั้นโง่ยิ่งกว่า คนที่ว่าคนอื่นฉลาด บุคคลนั้นคือผู้ฉลาดอย่างแท้จริง

23.ฝันได้แต่อย่าหวัง

24.เรียนรู้ที่จะแพ้อย่างผู้ชนะ แล้วจะรู้จักกับคำว่าชัยชนะที่แท้จริง

25.นักปราชญ์ควรรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด

26.ความยึดถือคือความเจ็บปวด

27.พระเจ้าไม่ได้รักเรามากกว่าคนอื่น และไม่ได้รักคนอื่นมากกว่าเรา

28.อุปสรรคคือแบบทดสอบของชีวิต

29.ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต

30.สิ่งร้ายๆจะมาพร้อมกับสิ่งดีๆเสมอ

31.โลกใบนี้ยังมีมุมดีๆให้มอง

32.ตัวเรายังไม่ได้ดั่งใจเรา แล้วคนอื่นจะเป็นได้อย่างไร

33.ถนนบางสายไกลหน่อยแต่ก็ยังมีวันถึง

34.แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอาง แต่งใจด้วยความดี

35.ความเจ็บปวดทำให้หัวใจแข็งแกร่ง

36.เดินคนเดียวอาจไม่รู้สึกดีอะไร แต่อย่างน้อยก็มีที่แกว่งแขนมากขึ้น

37.ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าเดิม

38.ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เพราะทุกปัญหาแก้ไขได้

39.ถ้าไม่ลองก้าวจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองวิ่งได้

40.ตึกสูงระฟ้ามาจากก้อนอิฐ

41.ใช้ชีวิตอยู่กับความจริง ยอมรับสิ่งที่เป็น มองเห็นข้อดีคนอื่น หยัดยืนด้วยขาตัวเอง

42.เราจะรู้รสชาติของความสุขก็ต่อเมื่อเราผ่านความทุกข์มาก่อน

43.ปัญหามีไว้แก้ และต้องแก้ด้วยตัวเองไม่ใช่ยืมมือคนอื่นมาแก้

44.จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์คือความเชื่อใจ

45.ทุกคนมีคุณค่าเพียงแต่มีโอกาสแสดงคุณค่าไม่เท่ากัน

46.บางทีการได้เจอปัญหามันก็ดีเหมือนกัน

47.สิ่งที่ผ่านมาแล้วจะกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก

48.ไม่ว่าใครจะตายหรือหายไป สุดท้ายโลกก็ยังหมุนต่ออยู่ดี

49.น้ำตาให้ได้แค่ความเห็นใจ

50.ในการที่จะเริ่มต้นทำสิ่งใดทุกครั้งควรคิดถึงจุดจบด้วย

 

2010/Jan/04

1. คืนนี้ไม่มีดวงดาว (โสดช่างฝัน)

001
 คนโสดประเภทนี้ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นคนชอบเพ้อ ชอบฝัน    ชีวิต เหมือนอยู่ในเทพนิยาย ตลอดเวลา ได้แต่เฝ้ารอคอยว่าวันหนึ่งจะมีเจ้าชาย หรือเจ้าหญิง มารับไปอยู่ในปราสาท คนโสดในกลุ่มนี้มักเป็นคนช่างเลือก และหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง   จนบางครั้งลืมมองไปว่าคนอื่นเขาก็อยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองเหมือนกัน

คน พวกนี้เหมาะที่จะอยู่ในโลกของความฝันมากกว่าโลกของความเป็นจริงเพราะว่าชอบ คิดเข้าข้างตัวเอง เพ้อฝันไปเรื่อย ไม่มีที่สิ้นสุด คนพวกนี้เลยจัดอยู่ในจำพวกโสดช่างฝันนั่นแหละ เหมาะแล้ว


2. บ้านนี้ไม่มีแมลง (โสดซ่อนกิ๊ก)

002
 คนโสดประเภทนี้ ต้องบอกว่าเป็นคนประเภทโสด แต่ไม่สด พวกนี้เคยมีแฟนหรือเคย มีชีวิตคู่ แล้วต้องกลับมาอยู่เป็นโสด คนโสดประเภทนี้  ถ้า เรามองด้วยตาเปล่าก็จะเหมือนกับคนโสดธรรมดาทั่วไปแต่ถ้าเอากล้องจุลทัศน์มา ส่องดูจะเห็นว่าแอบมีกิ๊กซ่อนอยู่บอกใครก็ไม่ได้เพราะต้องครองสถานภาพโสดทาง สังคมเข้าอาการน้ำท่วมปากก็เลยต้องมีคู่แบบหลบซ่อนไปเรื่อยๆ นี่หละเข้าตำรา โสดซ่อนกิ๊ก


3. ถนนที่ไร้ปลายทาง (โสดป่าเดียวกัน)

003
 คน โสดประเภทนี้ เป็นประเภทไปหลงรักกับพวกผิดฝาผิดตัว ผิดที่ผิดทาง จะว่ากันจริงๆผิดเพศน่าจะตรงกว่า คนพวกนี้ก็จัดอยู่ในพวกคนที่แสนดี เพราะเป็นคนที่เสียสละมากไม่ว่าเขาจะเป็นยังไงก็รัก ทั้งๆ ที่รู้ว่าคนที่ไปรักถูกสาปให้ต้องเป็นแบบนี้  เปลี่ยน แปลงอะไรไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะโค่นป่าทั้งป่า ก็คงจะเปลี่ยนให้เขากลับมาชอบเพศตรงข้ามไม่ได้แต่คนโสดกลุ่มนี้ดูไปแล้วก็ น่าอิจฉา เพราะอย่างน้อยก็ยังมีความรักหล่อเลี้ยง ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้แต่ก็ยินดี เรียกได้ว่าเป็นพวกโสดไม่มีที่สิ้นสุด ดีเลิศประเสริฐแท้


4. มันเป็นเรื่องของรอยกงเกวียน (โสดภาคบังคับ)

004
คน โสดประเภทนี้ไม่ได้มีความอยากอยู่เป็นโสดแม้แต่น้อย แต่จำเป็นต้องอยู่เป็นโสดเพราะถูกคนที่มีอิทธิพลต่อชีวิต หรือจะเรียกว่าผู้มีพระคุณ ตั้งกฎเกณฑ์บังคับให้ต้องอยู่เป็นโสด ถึงแม้ว่าจะพยายามค้นหาและไขว่คว้า หรือจะเอาชนะอย่างไร ก็ไม่อาจจะพ้นจากความโสดได้ จนแล้วจนรอดก็ต้องถูกบังคับให้กลับมาเป็นโสด เหมือนเดิม เฮ้อช่างน่าสงสารจริงๆ


5. กว่าจะถึงเส้นแพ้ (โสดรอด้ายยยย…)

005
 "ไม่ เป็นไรรอด้ายยย" เป็นคำพูดติดปากของคนโสดกลุ่มนี้ คนพวกนี้มักพูดว่าไม่เรียกร้อง ไม่ต้องการ ยินดีที่จะมอบความรักไม่หวังผลตอบแทนและก็พร้อมที่จะเป็นแต่ผู้ให้ เพียงอย่างเดียว จะว่ากันง่ายๆ ก็ไปรักคนที่มีเจ้าของ   แล้ว ก็คิดว่าวันหนึ่งเขาจะทิ้งคนรักของเขามากหาตัวเองเพราะความดีที่ทำให้จึงได้ แต่พร่ำว่า รอได้ รอได้ มันก็เลยต้องอยู่เป็นโสดเพราะว่ายังไง ก็…รอได้ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม  แต่
่ถ้ามี ความสุขล่ะก็เอาเห๊อะ


6. คนรักช้าง (ทำเป็นโสด)

006
คน โสดพวกนี้มักจะบอกกับใครๆ ว่าตัวเองโสดอยู่ตลอดเวลา (ทั้งๆ ที่จริงๆ ไม่โสด) อันนี้จะคล้ายๆ กับโสดซ่อนกิ๊ก และก็แฉลบไปโดนกับโสดภาคบังคับอยู่นิดหน่อยเพียงแต่ว่าที่เขาทำก็ด้วย หน้าที่ ทำให้ต้องอยู่เป็นโสด คนพวกนี้จัดเป็นคนโสด   เฉพาะ กลุ่มสักหน่อย เพราะจะเป็นคนที่จัดอยู่ในประเภทคนของประชาชน มีคนมามอบความรักมากมายแต่ว่าไม่สามารถมีคนรักเป็นของตนเองได้เพราะกลัวว่า ตัวเองจะไม่เป็นที่ยอมรับ
และก็ต้องมาทำเป็น โสด นี่แหละ เหนื่อยหน่อยนะแต่ถ้าชอบก็เอา


7. แต่งกับความโสด (โสดตัวกินไข่ โสดปลาไหลกินน้ำแกง)

007

คนโสดประเภทนี้มักมีพฤติกรรมที่เกลียดเพศตรงข้ามจนออกหน้าออกตา อาจจะด้วย อยู่มานานแล้วไม่มีใครสนใจสักที   เลยทำเป็นเกลียด ขยะแขยง จริง ๆ แล้วกลัวเสียฟอร์ม หรือไม่ก็อยากมี…แต่ก็กลัวหรือคิดอีกที อาจจะเคยผิดหวังอย่างแรงทำให้เกลียดเพศตรงข้ามไปเลย แต่ในใจลึกๆ ของคนโสดประเภทนี้ อยากมีคู่มากที่สุดแต่ก็แสดงออกมาในทางตรงกันข้าม เข้าตำรา โบราณที่ว่า เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหล
กินน้ำแกง เลยต้องอยู่แบบ โสดตัวกินไข่ เพราะคนที่จะเข้ามาก็กลัวคนพวกนี้เหมือนกัน เป็นไงหละเลยโสดเลยเห็นมั้ย (บอกแล้ว)
 


8. เหมือนดอกไม้ (โสดเสเพลย์ (โสดสราณรมณ์))

008
 คน พวกนี้มักจะรักอิสระ ตามหาความรักและตัวตนไปเรื่อยๆ ไม่ชอบการผูกมัด ยึดติดไม่ยอมลงเอยกับใคร และไม่อยากผูกพันธ์ คนพวกนี้ถือว่าความรักกับเซ็กส์เป็นเรื่องเดียวกัน ก็เลยค้นหาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอกับคนที่เข้ากันได้จริงๆ แต่คนพวก นี้คงจะลืมไปว่า ไม่มีใครที่จะสมบูรณ์พร้อมไปซะทุกอย่าง มัวแต่ค้น   และหาไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่เจอก็อยู่โสดซะดีกว่า จะว่าไปคนโสดพวกนี้ ก็มีความสุขดีที่จะอยู่เป็นโสดนะ  เลือกไปเรื่อยเลย


9. ข้าวฟ่างอินเตอร์เน็ต (โสดไม้ไส้ระกำ)

009
คน โสดพวกนี้ เป็นพวกไม่มีหัวจิต หัวใจ ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง คนพวกนี้บางทีก็บริหารเสน่ห์ ให้คนมารัก ทั้งที่ตัวเองไม่ได้คิดอะไร ไม่เรียกว่าใจไม้ ใจหิน   ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี ส่วนใหญ่คนโสดพวกนี้จะมีหน้าตาเป็นอาวุธ ใครเผลอไปรักเข้าก็ต้องมานั่งเศร้า  ตกอยู่ในสภาวะโสดช้ำระกำใจ  เพราะไปรักคนที่ไม่มีหัวใจ นี่แหละพวกโสดไม้ไส้ระกำ


10. ยากยิ่งสิ่งเดียว (โสดปอด ปอด)

0010
 คน โสดพวกนี้มักจะหลงรักเพื่อนตัวเอง แต่ว่าไม่กล้าบอกเพราะกลัวว่าจะเสียความเป็นเพื่อนไป เอาแต่ลังเล จดๆ จ้องๆ ไม่กล้าอยู่นั่นแหละ ได้แต่แอบรัก แอบมอง แอบหวังดีแถมไล่ให้ไปรักคนอื่นก็ไม่ไป จะให้พูดก็ไม่ยอมเหมือนกัน กลัวไปหมด เฮ้อ! ใจปลาซิวแท้ ๆ แบบนี้ไง ถึงได้เรียกว่าโสด ปอด ปอด